การแต่งงานเป็นวันเฉลิมฉลองญาติพี่น้องเพื่อนฝูง ขอบคุณและให้เกียรติคุณพ่อคุณแม่ทั้งสองฝั่ง และ ประกาศให้ทุกคนได้ทราบว่าทั้งคู่บ่าวสาวจะใช้ชีวิตร่วมกัน นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
“ควรจัดงานแต่งงานไหม ?”
ปฏิเสธไม่ได้ว่าสาวๆหลายคนฝันว่าจะมีงานแต่งที่ยิ่งใหญ่ อลังการ มีแขกผู้ใหญ่ และ เพื่อนสนิทมิตรสหาย มาร่วมยินดี อย่างไรก็ตาม หลายคู่อาจเห็นตรงกันว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง จัดงานแต่งงานเนื่องจาก ค่าใช้จ่าย และ ความยุ่งยากในการจัดงานแต่งงาน และ สำคัญที่สุดบางคู่ต้องการทดลองการอยู่ก่อนแต่ง เพื่อลดความเสี่ยงในการหย่า สรุปง่ายๆคือ งานแต่งงานไม่จำเป็น จัดหรือไม่จัดขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่าย แต่อย่างน้อยที่สุดการบอกกล่าวพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย และ แหวนแต่งงาน ยังเป็นสิ่งจำเป็น
“ขอแต่งงาน ยังไงดี”
เพื่อคนสองคนคบกันได้ เรียนรู้กันได้ในระยะเวลาหนึ่ง และ ทั้งสองฝ่ายๆยอมรับข้อดีข้อเสีย ของอีกฝ่ายได้ ที่สำคัญที่สุด ทั้งคู่มองเห็นอนาคตร่วมกันและทั้งสองฝ่ายต่างยอมเสียสละชีวิตตัวเอง เพื่อคำว่าครอบครัว การขอแต่งงานเป็นโมเมนต์ที่สำคัญ และเป็นสิ่งที่น่าจดจำในชีวิตของคนทั้งคู่ Happy Giver ได้สรุปวิธีการขอแต่งงานไว้ที่นี่
1. ขอแต่งงานต้องมีอะไรบ้าง
1) ฝ่ายหญิงจะต้องอยู่ในอารมณ์ที่ดีและดูดี เพราะเขาจะมีโอกาสตอบรับตกลงได้ง่ายยิ่งขึ้นและสามารถถ่ายรูปออกมาดูสวย
2) ฝ่ายชายจำเป็นที่จะต้องแพลน ลำดับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้เพื่อให้แผนที่ตั้งไว้เป็นไปตามคาดหวัง วันนั้นคุณอาจจะต้องตามใจฝ่ายหญิงเป็นพี่เศษเพื่อให้เขาอารมณ์ดี ร่าเริง สดใส
3) สถานที่ที่ขอแต่งงาน อันนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่หรูหรา อาจจะเป็นสถานที่ๆมีความหมายสำหรับคนสองคน เช่น สถานที่ๆทั้งคู่เจอกันครั้งแรก สถานที่ที่ทั้งคู่อยากไปเที่ยวหรือ มีความทรงจำดีดีร่วมกัน
4) สภาพอากาศและบรรยากาศ ไม่ควรร้อนเกินไป แดดแรงเกินไป หรือ มีเสียงรบกวนมากเกินไป หรือ ฝนตก จึงควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่วงหน้า
5) คำพูดขอแต่งงาน ไม่ควรยาวเกินไป เพราะปกติแล้วฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย จะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพูดไม่รู้เรื่องหรือดีใจจนไม่ได้ฟัง ควรเป็นคำพูดที่กระชับได้ใจความแต่เน้นไปที่การสัมผัส หรือ คำพูดที่ลึกซึ่งกินใจ
6) ดอกไม้ เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเป็นการ transition อารมณ์ปกติมาสู่อารมณ์ดีใจ มีความสุข แน่นอนฝ่ายหญิงจะต้องมีรอยยิ้ม และหลังจากนั้นการขอแต่งงานจะง่ายขึ้นมากๆ ทำให้โอกาสสำเร็จมากขึ้นด้วย
7) อาหารหรือขนมอร่อยๆ เช่นเดียวกับดอกไม้ หากฝ่ายหญิงชอบทานอาหารหรือขนม ก็ควรให้เค้าได้ทานสิ่งที่เค้าชอบ จะได้มีความสุข เพื่อทำให้โอกาสการขอแต่งงานสำเร็จมากขึ้นด้วย
8) เพื่อนๆ ครอบครัว หรือคนที่ฝ่ายหญิงรัก อันนี้แล้วแต่ว่าฝ่ายชายจะเล่นใหญ่แค่ไหน แต่หากกลัวผิดพลาดไม่สำเร็จ หรือ เป็นคนเก็บความลับไม่เก่ง ก็ไม่ควรชวนเพื่อนๆมา เพราะ อาจจะทำให้การขอแต่งงานไม่ราบรื่นติดขัดเพราะความกังวลได้ อีกทั้งหากไม่สำเร็จฝ่ายชายอาจรู้สึกอายได้
9) สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่หลายคนมองข้ามคือจังหวะ หรือ โมเมนต์ ซึ่งอาจจะเตรียมไว้ 2-3 จังหวะหรือช่วงเวลา หากพลาดไปอาจรอเวลาสักพักแล้วค่อยขอ เพราะถ้าฝืนขอ มันจะดูงงๆ และ ไม่ได้ประทับใจอะไรมาก เรื่องนี้ต้องอ่านความรู้สึกของฝ่ายหญิงดีๆ ดอกไม้เป็นตัวเปิดที่ดีมากๆที่จะทำให้ฝ่ายหญิงเปลี่ยนโฟกัสจากอาหาร ขนม วิว มาเป็นคุณ แล้วหลังจากนั้นคุณก็สามารถเริ่มพูดได้
10) สิ่งที่ขาดไม่ได้ของการขอแต่งงานคือ แหวนหมั้น หรือ แหวนแต่งงาน นั่นเองโดยปกติแล้วจะใช้แหวนเม็ดชู หรือ เป็นแหวนมีเพชรเม็ดเดี่ยวตรงกลางนั่นเอง ซึ่งหากสนใจสามารถติดต่อเราได้ที่ LINE: @happygiver ฝ่ายชายควรทราบล่วงหน้าเรื่องขนาดนิ้วนางข้างซ้ายของฝ่ายหญิง ง่ายที่สุดคือถามคุณแม่ฝ่ายหญิง เพราะปกติแล้วจะใช้จิวเวลรี่ร่วมกัน ฝ่ายชายจึงไม่จำเป็นต้องถามฝ่ายหญิงหรือไปสืบให้กระต่ายตื่นตูม
2. ขอแต่งงานยังไง ที่ไหน แบบไหน (8 แบบ)
1) ขอแต่งงานที่บ้าน อาจจะเป็นห้องนอน ห้องรับแขก เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สองคนสามารถพูดความในใจได้อย่างลึกซึ้งสามารถ ควบคุมบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมภายในบ้านได้ เช่น เปิดเพลงเบาๆที่ชอบ จุดไฟใต้แสงเทียน ทำอาหารอร่อยจานโปรดให้กับคนที่คุณรัก ฉีดน้ำหอมกลิ่นที่ชอบ และอื่นๆอีกมากมาย
การเตรียมตัว ⭐⭐⭐
ค่าใช้จ่าย ⭐⭐⭐
โอกาสสำเร็จ ⭐⭐⭐⭐⭐
2) ขอแต่งงาน จังหวะเผลอ หรือ แกล้ง เช่นแกล้งเป็นว่าไลน์แมนหรือแกร๊ปส่งของแถมมาในช่วงโปร ให้ฝ่ายหญิงเปิดดู แล้วก็เตรียมดอกไม้ไว้ และ คำพูดหวานๆกินใจ เหมาะสำหรับคนที่มีแฟนเป็นเพื่อนชอบเล่นกัน หยอกล้อ สนุกสนาน สามารถสร้างสรรค์วิธีได้อีกมากมาย
การเตรียมตัว ⭐⭐⭐
ค่าใช้จ่าย ⭐⭐⭐
โอกาสสำเร็จ ⭐⭐⭐
(แฟนอาจจะโกรธหรือไม่เข้าใจมุขที่เล่น)
3) ขอแต่งงานระหว่างทริปไปเที่ยว อาจจะเป็นการเที่ยวต่างจังหวัด หรือ เที่ยวต่างประเทศก็ได้ เป็นการขอที่ได้รับความนิยมสำหรับสาวๆที่ชอบเล่นโซเชียล เพราะจะได้รูปสวยๆไว้ลงในไอจี และได้อวดเพื่อนๆ อย่างไรก็ตามหากการขอไม่สำเร็จอาจทำให้ทริปที่เหลืออยู่หมดสนุกได้เลย และต้องเก็บแหวนไว้กับตัวระหว่างเดินทางซึ่งบางคนอาจไม่สะดวกนัก หากเดินทางไกลหลายวัน หรือ หากเดินทางในสภาพอากาศหนาว หรือ ต้องเปลี่ยนชุดบ่อย แหวนหมั้น หรือ แหวนแต่งงาน อาจหายได้
การเตรียมตัว ⭐⭐⭐⭐⭐
ค่าใช้จ่าย ⭐⭐⭐⭐⭐
โอกาสสำเร็จ ⭐⭐⭐⭐
(แหวนอาจจะหาย แฟนอาจจะป่วย กระเป๋าเดินทางโดนขโมย ทริปดีเลย์ หรืออุปสรรคที่คาดไม่ถึงอื่นๆอีกมากมาย)
4) การขอแต่งงานแบบตรงๆ คือการที่ฝ่ายชายพูดกับฝ่ายหญิงตรงๆว่าเค้าพร้อมแล้วนะ แล้วก็อธิบายรายละเอียดให้ฟัง ถึงแผนชีวิตและความตั้งใจ และสอบถามวันเวลาที่ครอบครัวฝ่ายหญิงสะดวกแล้วเข้าไปขออย่างเป็นทางการ และพาไปเลือกแหวนหมั้น หรือ แหวนแต่งงานที่ฝ่ายหญิงถูกใจ แบบนี้ก็เป็นการขอแต่งงานที่เรียบง่ายไม่มีเซอไพรซ์แต่ก็ซึ้งกินใจเช่นกัน เพราะบ่งบอกถึงความจริงใจ วิธีนี้เหมาะมากๆกับความสัมพันธ์ที่ไม่หวือหวาและเป็นกันเอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องซื้อแหวนล่วงหน้าและไม่ต้องเตรียมสถานที่ใดๆทั้งสิ้น
การเตรียมตัว ⭐
ค่าใช้จ่าย ⭐
โอกาสสำเร็จ ⭐⭐⭐⭐
(เป็นการขอแต่งงานที่ขัวร์ที่สุดเพราะหากฝ่ายหญิงไม่ตกลง สามารถคุยเหตุผลหรือเลื่อนการขอแต่งงานออกไปก่อนได้เลย และเป็นการขอโดยไม่กดดันทั้งสองฝ่าย)
5) การขอแต่งงานในร้านอาหาร คือการขอแต่งงานแบบเนียนๆ เพราะการกินข้าวเป็นเรื่องปกติ ฝ่ายหญิงอาจคาดไม่ถึง อย่างไรก็ตามหากฝ่ายหญิงหิวจัด หรือ ทำงานมาด้วยความเหนื่อยล้าอาจไม่เหมาะนัก จึงอาจเลือกเป็นร้านอาหารในโอกาสพิเศษจะทำให้ฝ่ายหญิง say yes ได้ง่ายขึ้น สิ่งสำคัญของร้านอาหาร คือ คุณสามารถเล่นกับจาน Dessert ของหวานเช่น เขียนว่า Will you marry me ? หรือ แต่งงานกันไหม ในจานเค้กด้วยซอสสีสันต่างๆ หรือ ให้วงดนตรีเล่นเพลงรักเพลงโปรดที่ฝ่ายหญิงชอบ ก็เป็นอะไรที่สุดยอดไปเลย
การเตรียมตัว ⭐⭐⭐⭐⭐
ค่าใช้จ่าย ⭐⭐⭐⭐⭐
โอกาสสำเร็จ ⭐⭐⭐⭐⭐
(เป็นการขอแต่งงานที่ขัวร์ที่สุดเพราะหากฝ่ายหญิงไม่ตกลง สามารถคุยเหตุผลหรือเลื่อนการขอแต่งงานออกไปก่อนได้เลย และเป็นการขอโดยไม่กดดันทั้งสองฝ่าย)
6) ขอแต่งงานท่ามกลางคอนเสิร์ต หรือ โชว์ต่างๆ คุณอาจจะต้องขออนุญาตเจ้าของสถานที่หรือผู้จัดล่วงหน้า เพื่อเลือกเวลาที่เหมาะสม ไม่กระทบเวลาการแสดงโชว์ต่างๆ อีกทั้งฝ่ายชายจำเป็นต้องมั่นใจว่าฝ่ายหญิงจะรู้สึกโอเค เพราะบางท่านอาจจะรู้สึกเกรงใจ อึดอัด หรือ ไม่เป็นตัวของตัวเองเพราะมีคนที่ไม่รู้จักรายล้อม อาจเป็นช่วงเวลาที่เกร็งๆ ไม่มีความสุขก็เป็นได้ แต่หากบางคู่ชอบการเซอร์ไพรซ์ วิธีนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าจดจำ และเป็นช่วงเวลาแสนพิเศษ
การเตรียมตัว ⭐⭐⭐⭐⭐
ค่าใช้จ่าย ⭐⭐
โอกาสสำเร็จ ⭐⭐⭐
(เป็นการขอแต่งงานที่ตื่นเต้นมากๆที่ลุ้นมากๆเพราะต้องรอฝ่ายเจ้าของงานอนุมัติและต้องเป็นจังหวะที่ฝ่ายหญิงพร้อม อีกทั้งฝ่ายหญิงต้องไม่เขินอายอีกด้วย)
7) ขอแต่งงานโดยมีสัตว์เลี้ยงเป็นสื่อ เช่น ให้น้องหมาหรือน้องแมวนำแหวนหรือจดหมายรักไปให้เจ้าของ แน่นอนฝ่ายหญิงจะต้องสงสัยเปิดออกดู ว่ามีอะไรอยู่ข้างใน หลังจากนั้นฝ่ายชายสามารถเริ่มแพลนที่วางไว้ได้เลย วิธีนี้เป็นวิธีที่น่ารักมากๆสำหรับคนรักสัตว์
การเตรียมตัว ⭐⭐⭐
ค่าใช้จ่าย ⭐⭐⭐
โอกาสสำเร็จ ⭐⭐⭐⭐⭐
(เป็นการขอแต่งงานที่สบายๆและมีโอกาสสำเร็จสูงเพราะสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งที่ฝ่ายหญิงรักอยู่แล้ว ยิ่งเป็นการขอแต่งงานจากคนที่ตัวเองรัก ยิ่งทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้น)
3.คำพูดขอแต่งงาน
1. ไม่มีคำพูด เหมาะสำหรับ คนพูดไม่ค่อยเก่ง ไม่ต้องพูดอะไรเลย เพียงเขียนโน๊ตในการ์ดแล้วยื่นให้ฝ่ายหญิงหรือ ให้พนักงานเสิร์ฟอาหารมอบให้ หากต้องการทำให้ฝ่ายหญิงประทับใจมากขึ้นอาจทำเป็นป้ายชู หรือ เฮลิคอปเตอร์บินพร้อมแผ่นป้าย Will you marry me ? แบบในหนัง ฝ่ายชายไม่ต้องคิดคำพูด หรือ จดจำอะไรเลย อย่างไรก็ตามต้องแน่ใจใสระดับนึงว่าเป็นโมเมนต์ที่ดี เพราะ ฝ่ายหญิงอาจจะไม่ได้สนใจการ์ด หรือ ข้อความที่ได้รับ
ความยาก: ⭐
โอกาสสำเร็จ: ⭐⭐⭐
2. ขอแต่งงานตรงๆ เช่น แต่งงานกันนะ แต่งงานกันไหม เหมาะสำหรับฝ่ายชายที่พูดไม่ค่อยเก่ง และฝ่ายหญิงต้องมีสัญญาณ อยากแต่งงานแล้ว เพราะการขอแบบนี้มันเหมาะมากๆสำหรับคู่ที่ได้พูดคุยหารือเรื่องการแต่งงานไว้แล้วล่วงหน้า แค่รอจังหวะว่าพร้อมตอนไหน
ความยาก: ⭐
โอกาสสำเร็จ: ⭐⭐⭐
3. คำพูดสั้นๆลึกซึ้ง กินใจ เช่น ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่….. แต่งงานกันนะ เป็นอันไรที่สั้นๆ พูดจากความในใจ ข้อดีคือไม่ต้องจำบท เราแนะนำให้อ่านสีหน้าของฝ่ายหญิงด้วย เพื่อความจะได้ฟิลลิ่งระหว่างพูด
ความยาก: ⭐⭐⭐⭐
โอกาสสำเร็จ: ⭐⭐⭐⭐
4. คำพูดเกี่ยวกับเรื่องราวที่ผ่านมา เป็นอะไรที่ต้องเตรียมตัวค่อนข้างมาก เนื่องจากต้องเรียบเรียงบทพูด แก้บท ซ้อมอะไรหลายๆอย่าง เพื่อให้วันจริงพูดได้อย่างที่ซ้อม อย่างไรก็ตามควรพูดจากความรู้สึกในวันจริง เพราะบางอย่างฝ่ายหญิงอาจจะร้องไห้ซึ้ง จนหูดับไปแล้ว
ความยาก: ⭐⭐⭐⭐⭐
โอกาสสำเร็จ: ⭐⭐⭐⭐⭐
4. ข้อผิดพลาด 10 ข้อในการขอแต่งงาน
- ไม่ควรทำให้ฝ่ายหญิงอารมณ์เสีย ควรตามใจเค้าเท่าที่ทำได้ เพื่อให้ไม่เกิดการทะเลาะหรืองอนกัน แผนที่วางไว้จะได้ดำเนินไปได้อย่างสงบสุข
- ไม่ควรทำอะไรที่ผิดแผนมากเกินไป อาจทำให้แพลนที่วางไว้ไม่สำเร็จตามคาดเช่น เปลี่ยนร้านอาหารที่ตกลงกันไว้ หรือ เดินทางไปรับฝ่ายหญิงสาย
- ไม่ควรตื่นเต้นจนมากเกินไป ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามสบาย เพราะฝ่ายหญิงจะจับสังเกตุ พิรุธ ได้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
- เพื่อลดความผิดพลาดเรื่องบทพูด ควรซ้อมก่อน แต่ไม่ควรเครียดหรือ strict กับแพลนเป้ะๆ
- หากแพลนไม่ได้เป็นไปตามคาด อย่าเสียใจหรือผิดหวังคุณได้ทำดีที่สุดแล้ว
- ถ้าเกิดฝนตก หรือ บรรยากาศไม่เป็นใจ ควรเลื่อนออกไปก่อน ถ้าไม่ยุ่งยากมากนัก เนื่องจากการขอแต่งงานเป็นความทรงจำที่สำคัญ ไม่ควรทำตอนที่ยังไม่พร้อม
- หากผู้จัดงานไม่อนุญาตให้คุณขอแต่งงานระหว่างโชว์ หรือ การแสดงต่างๆ ไม่ต้องผิดหวังคุณยังมีโอกาสในวันข้างหน้าอีกมากมาย
- ไม่ควรเปิดฝากล่องแหวนกลับด้าน
- ลืมซ่อนกล่องแหวนอย่างมิดชิด
- ไม่ฝึกซ้อมคุกเข่า และ คำพูด
5. แหวนหมั้นแตกต่างกับแหวนแต่งงานอย่างไร
- แหวนหมั้น ปัจจุบันนิยมใช้ในการขอแต่งงาน โดยนิยมมีเพชรเม็ดชู สำหรับวัฒนธรรมชาวตะวันตกฝ่ายชายจะคุกเข่าขอฝ่ายหญิงและจะขอว่า Will you marry me สำหรับวัฒนธรรมไทยฝ่ายชายจะให้ญาติผู้ใหญ่นำแหวนหมั้นไปหมั้นหมายฝ่ายเจ้าสาวก่อนวันแต่งงาน และจะใช้แหวนวงเดียวกันนี้ในวันแต่งงาน ถือว่าแหวนเพียงวงเดียวใช้ในการทำพิธีไม่มีการแลกแหวน
- แหวนแต่งงาน สำหรับประเพณีไทยจะมีแค่แหวนเพียงวงเดียวที่ใช้ทั้งหมั้นหมายและแต่งงาน ฝ่ายหญิงไม่จำเป็นต้องเตรียมแหวนใดๆให้ฝ่ายชาย สำหรับวัฒนธรรมตะวันตกนิยมใช้ทั้งสองแหวนคือแหวนหมั้นไว้ขอแต่งงาน ส่วนแหวนแต่งงานจะเป็นแหวนที่ฝ่ายชายมอบให้ฝ่ายหญิง และฝ่ายหญิงมอบให้ฝ่ายชาย
สรุปคือ สำหรับคนไทยนิยมมีแหวนหมั้นเพชรชูเม็ดกลางในวันขอแต่งงาน ในวันแต่งงานฝ่ายหญิงจะมีแหวนล้อมเพชรอีกหนึ่งวง สำหรับฝ่ายชายจะเป็นแหวนที่มีดีไซน์เรียบหรู บางคู่อาจจะใช้แหวนคู่ในวันแต่งงานที่มีดีไซน์เดียวกัน
6.แหวนหมั้นผู้หญิง
- ดีไซน์หรือแบบแหวนหมั้นโดยทั่วไปจะมีเพชรเม็ดกลางเดี่ยวเป็นเม็ดชู อาจจะมีเพชรแถวที่บ่าซ้ายและขวา หรือเพชรที่หนามเตยและบริเวณรอบเพชรเม็ดกลาง แล้วแต่การออกแบบเลย แหวนหมั้นจะนำมาใช้ในการขอแต่งงาน แน่นอนฝ่ายหญิงจะชอบเม็ดใหญ่ๆซึ่งเพชรแลปที่ Happy Giver สามารถตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี
- เพชร มีทรงให้เลือกหลากหลายโดยปกติจะใช้เม็ดกลม รองลงมาจะเป็นเพชรรูปหัวใจ ซึ่งเป็นแบบที่คลาสสิค ส่วนทรงสามเหลี่ยม รี สี่เหลี่ยม หรือทรงอื่นๆ จะไม่เป็นที่นิยมมากนัก
- วัสดุตัวเรือน โดยทั่วไปจะเป็นทองคำ18K ซึ่งปัจจุบันหลายคนหันมาใช้ 9k และ 14k เนื่องจากราคาทองที่สูงขึ้น ทองคำขาว (white gold) 18K และ 14K จะเป็นวัสดุที่นิยมสูงสุด รองลงมาจะเป็นทองสีเหลือง (yellow gold) และน้อยที่สุดจะเป็นทองคำสีชมพู (rose gold)
- งบประมาณ เป็นอะไรที่ตอบได้ยากแต่โดยปกติแล้วแหวนทองคำขาว 18K เพชร 1 กะรัต น้ำ 100 excellent cut VS ขั้นต่ำจะอยู่ที่ 42,000 บาทจะได้องค์ประกอบครบถ้วน ถ่ายรูปออกมาสวย ใส่แล้วจะดูสวยเหมือนเจ้าหญิง
7.แหวนแต่งงานผู้หญิง
- ดีไซน์หรือแบบแหวนแต่งงาน จะแต่งต่างกับแหวนหมั้น โดยจะเน้นเป็นแบบที่สามารถสวมใส่ได้ทุกโอกาส ที่นิยมจะเป็นแหวนมีเพชรเม็ดเล็กๆล้อมรอบตัวเรือน เน้นใส่ง่ายเหมาะกับทุกโอกาส อย่างไรก็ตามสาวๆบางคนอาจชอบแบบอื่นๆเช่นแหวนลายดอกไม้ซึ่งมีลักษณะโค้งมนอ่อนหวาน แหวนเกลี้ยงไม่มีเพชรเพื่อเข้ากับแหวนที่ฝ่ายชายใส่
- เพชร จะเป็นเพชรเม็ดเล็กกว่าแหวนหมั้น เป็นฝังเพชรล้อมตัวเรือน หรือเป็นเพชรเม็ดเดี่ยวก็ดูเรียบหรูสวยงามเช่นกัน
- วัสดุตัวเรือนจะค่อนข้างเหมือนแหวนหมั้น
- งบประมาณ จะต่ำกว่าแหวนหมั้นเพราะเพชรเม็ดเล็กกว่า อย่างไรก็ตามหากใช้จำนวนเพชรมากเช่นแหวนล้อมเพชร ราคาอาจสูงกว่าแหวนหมั้นก็เป็นได้
8. แหวนแต่งงานผู้ชาย
ดีไซน์หรือแบบแหวนแต่งงาน จะค่อนข้างเรียบหรูใส่ได้ทุกโอกาส แบบที่นิยมคือแหวนทอง 18K เกลี้ยงไม่มีเพชร หากเป็นผู้ชายที่ชอบแต่งตัวมีดีเทล อาจเพิ่มเพชรเม็ด เดี่ยวตรงกลางแต่เป็นการฝังหุ้มหรือ ไม่มีหนามเตย เพชรจะถูกฝังไปในระนาบเดียวกับตัวเรือน ซึ่งจะมีความทนทานสูง และจะมีลักษณะหนากว่าแหวนแต่งงานผู้หญิง แต่จะไม่หนาจนเกินไปจนรู้สึกหนัก